สงสัยไหมว่าแต่ละสีมีความหมายยังไง?
หมวกนิรภัยเป็นตัวช่วยป้องกันศีรษะจากวัตถุที่ตกลงมากระแทก โดยรองหมวกนิรภัยทำหน้าที่ช่วยกระจายแรงกระแทกให้เป็นบริเวณกว้าง ขึ้น และช่วยดูดซับแรงกระแทกให้เบาลง เพื่อลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น

การแบ่งตามสีเพื่อจำแนกหน้าที่ (นิยมใช้ทั่วไป)
- สีขาว: วิศวกร ผู้บริหาร หัวหน้างาน
- สีเหลือง: พนักงานทั่วไป ผู้ปฏิบัติงานระดับปฏิบัติการ
- สีน้ำเงิน: ช่างไฟฟ้า ช่างเทคนิค เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุง
- สีแดง/ส้ม: เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ช่างเชื่อม งานที่เกี่ยวข้องความร้อน
- สีเขียว: เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) หรือหน่วยปฐมพยาบาล
ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยวัสดุ
เลือกให้เหมาะกับงานที่ทำยังไง?
หมวกนิรภัยมีหลายรูปแบบ หลายรูปทรง และหลายมาตรฐาน เราควรเลือกให้เหมาะกับงาน แต่ละงานจะมีความแตกต่างในการใช้งานต่างกัน ซึ่งแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้งาน เรามาเลือกประเภทของหมวกนิรภัยก่อนเลือกซื้อ โดยประเภทของหมวกนิรภัยจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ นั่นก็คือ รูปทรง และ ระดับชั้นคุณภาพ มาตรฐาน
รูปแบบหมวกนิรภัยมี 2 แบบด้วยกัน
1. หมวกมีกระบังด้านหน้า เหมาะกับงานที่ต้องการป้องกันแรงกระแทกจากด้านบน เช่น งานก่อสร้าง
2. หมวกแบบปีกหมวกเต็ม เหมาะกับงานที่ต้องการป้องกัน แรงกระแทกทั้งจากด้านบนและด้านข้าง เช่น ในสถานที่ก่อสร้างหรือพื้นที่ที่มีเครื่องจักรเคลื่อนที่ โดยมักจะมีแผ่นรองหรือเสริมด้านข้างเพิ่มเติมเพื่อให้รองรับแรงต่าง ๆ
นอกจากแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ แล้ว ยังมีมาตรฐานหมวกนิรภัย ได้แก่ EN 397 , ANSI , มอก.
EN 397 เป็นมาตรฐานที่เจาะจงกับร่างกายและประสทธิภาพ ความปลอดภัยในการใช้ในงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีข้อบังคับของการทดสอบที่แน่นอน / โดยหมวก นิธภัยที่ผ่านมาตรฐาน EN 397 ต้องผ่านมาตรฐานการทดสอบดังนี้
1. การดูดซับแรงกระแทก
2. การป้องกันแรงเจาะทะลุ
3. การต้านทานการติดไฟ
ANSI Z89.1 แบ่งประเภทหมวกนิรภัย 2 ประเภท
1. หมวกมีกระบังด้านหน้า
2. หมวกแบบปีกหมวกเต็ม
และแต่ละ Class นั้นจะมีคุณสมบัติและการป้องกันที่แตกต่างกันไป ดังนี้
CLASS E (Electrical) ผ่านการทดสอบการกันไฟฟ้ากระแสสลับ ได้ที่ 20,000 V.
CLASS G (General) ผ่านการทดสอบการกันไฟฟ้าได้ที่ 2,200 V.
CLASS C (Conductive) ไม่กันไฟฟ้าและไม่มีการทดสอบการกันไฟฟ้า
มอก. เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม” ของประเทศไทย โดยหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน มอก. 368-2562 จะต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย เช่น การดูดซับแรงกระแทก การป้องกันวัตถุแหลมคม และการต้านทานไฟฟ้าแรงดันต่ำถึงปานกลาง เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในไซต์งานก่อสร้างหรือโรงงานอุตสาหกรรม
1. หมวกแบบปีกหมวกเต็ม
2. หมวกมีกระบังด้านหน้า
CLASS E (Electrical) หมวกนิรภัยที่ใช้เพื่อลดแรงกระแทกของวัตถุ และลด อันตรายอันอาจเกิดจากการสัมผัสกับตัวนำไฟฟ้าแรงดันสูง ทนแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ ทดสอบ 20,000 V.
CLASS G (General) หมวกนิรภัยที่ใช้เพื่อลดแรงกระแทกของวัตถุ และลด อันตรายอันอาจเกิดจากการสัมผัสกับตัวนำไฟฟ้าแรงดันต่ำ ทนแรงดันไฟฟ้าทดสอบ 2,200 V.
CLASS C (Conductive) หมวกนิรภัยที่ใช้เพื่อลดแรงกระแทกของวัตถุเท่านั้น
บทสรุป
เราควรเลือกหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน และเหมาะกับหน้างานที่ทำ เพื่อลดความรุ่นแรงจากอุบัติเหตุอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำงาน

หมวกนิรภัย 8091S ชนิดรองในปรับเลื่อน
฿255.00 – ฿275.00
ซื้อสินค้า

หมวกนิรภัยรุ่น 8001S ชนิดรองในปรับเลื่อน
฿255.00 – ฿275.00
ซื้อสินค้า

หมวกนิรภัย 9001S ชนิดรองในปรับเลื่อน แบบมีรูระบายอากาศ
฿315.00 – ฿345.00
ซื้อสินค้า